Share tips.

tips.html

เว็บไซต์แบบ Static (Web 1.0) และ Dynamic (Web 2.0) เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

ความหมายของเว็บไซต์ (Website) แบบ Static และ Dynamic คืออะไร ?

Static : หรือ Web 1.0 เป็นเว็บไซต์ที่ไม่มีการติดต่อกับ Database และไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ เป็นการนำเสนอเว็บไซต์แบบทางเดียว เหมือนกับการอ่านหนังสือ(Read Only) ซึ่งสามารถพัฒนาได้ด้วยภาษา HTML หรือ DHTML ซึ่งยุ่งยากต่อในการดูแลและปรับปรุง จึงทำให้เว็บไซต์ที่พัฒนาด้วยวิธีนี้ ไม่ค่อยได้รับความนิยม

Dynamic : หรือ Web 2.0 เป็นเว็บไซต์ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ชมได้ มีการติดต่อกับ Database และเก็บบันทึกข้อมูล ซึ่งเว็บไซต์ประเภทนี้สามารถพัฒนาได้ด้วย Web Programming (ASP, PHP, ASP.Net, etc.) เป็นเว็บไซต์ที่มีระบบจัดการข้อมูล (Backoffice) สำหรับให้ผู้ดูแลเว็บไซต์หรือเจ้าของเว็บไซต์ให้สามารถแก้ไขข้อมูลได้โดยง่ายผ่านทาง Security Login จากหน้าเว็บไซต์ โดยผู้ใช้งานจะต้องมี Username และ Password ส่วนตัวสำหรับเข้าไปแก้ไขข้อมูลในเว็บไซต์

เว็บไซต์ (Website) จำแนกออกเป็น 3 ประเภทดังนี้

  1. Static : เป็นเว็บไซต์แบบคงที่ ส่วนใหญ่จะพัฒนาด้วยภาษา HTML มีลักษณะเฉพาะคือ ข้อมูลจะเป็น Text File หรือเป็น HTML ทั้งหมด ข้อมูลของเว็บจะไม่เปลี่ยนจนกว่าจะอัพโหลดไฟล์ใหม่ไปวางทับ แสดงผลได้เร็วที่สุด ภาษาที่พัฒนาก็คือ HTML พัฒนาได้ง่าย ภาษาที่ใช้ไม่ซับซ้อน
  2. Dynamic :เป็นเว็บไซต์ทีสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องเขียนหน้าเว็บใหม่เอง เช่น กระดานข่าว (Webboard หรือ Forum), Search Engine จะสังเกตได้ว่า เมื่อมีผู้มาตั้งกระทู้ และตอบกระทู้ ก็จะเกิดหน้าเว็บเพจนั้นๆ ขึ้นได้เอง โดยที่เราไม่ได้เป็นคนสร้างหน้าเว็บเหล่านั้นเอง เว็บไซต์รูปแบบนี้จะถูกสร้างด้วยภาษา Script แบบ Server Side Script เช่น PHP, ASP, ASP.Net, JSP และ etc. ไฟล์เอกสารที่ได้จะมีนามสกุล .php, .asp .aspx เป็นต้น และมักจะมีการติดต่อกับ Database เพื่อบันทึกข้อมูลลงใน Database หรือนำข้อมูลจาก Database ออกมาแสดงผลที่หน้าเว็บ ส่วนการทำงานของเว็บไซต์รูปแบบนี้ จะต่างจากแบบ Static โดยเมื่อมีผู้ชมเรียกดูหน้าเว็บเพจ ไฟล์หน้าเว็บเพจนั้นจะถูกแปลและ execute คำสั่งโดยตัว Interpreter ที่ฝั่ง Server ให้อยู่ในรูปแบบเอกสาร HTML ก่อน จึงส่งกลับให้ Web Server เพื่อส่งต่อไปให้ Web browser ของผู้ใช้งานต่อไป การสร้างเว็บไซต์รูปแบบนี้ ต้องอาศัยความรู้ในการเขียนโปรแกรมมากกว่าแบบแรกมาก นอกจากจะต้องมีความรู้พื้นฐาน HTML แล้ว ยังต้องเขียนภาษา Server Side Script จำเป็นต้องรู้เรื่องการจัดการ Database ต้องเขียนภาษา SQL เพื่อจัดการกับข้อมูลใน Database ได้
  3. Active : เป็นเว็บไซต์ที่ใช้ Script ส่วนของ Java Applet, Active X, VB Script เป็นต้น โดยส่วนใหญ่จะเน้นภาษา Java เป็นหลัก Active Website มีลักษณะที่โดดเด่นคือ การส่งถ่ายข้อมูลหน้าเว็บไซต์จะเป็นการทำงานแบบข้างหลัง ทำให้ไม่เห็นแถบโหลดของ Web Browser (เช่น Javascript หรือ AJAX) หรือดึง Sourcecode มาประมวลที่ Client ด้วย Web Browser (เช่น Java Runtime) เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถดึงเอาภาษา CSS เข้ามาช่วยในการแสดงผลเฉพาะข้อมูลได้ โดยไม่ต้องโหลดหน้าเว็บมาใหม่เหมือนแบบ Dynamic เมื่อประมวลผลผ่าน Web Browser (ใช้หลักการของ Windows Application)

เว็บไซต์ (Website) แบบไหนเหมาะสมกับงานของคุณแต่ละชนิดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ?

  1. Static : เหมาะกับเว็บไซต์ทั่วไปที่มีเนื้อหาค่อนข้างนิ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลง
    • มีราคาถูก เหมาะกับธุรกิจที่ขนาดเล็กหรือกำลังเริ่มต้น
    • หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลจำเป็นต้องมีโปรแกรมเมอร์มาพัฒนาให้หรือต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเขียนเว็บไซต์ด้วยภาษา HTML
  2. Dynamic : เหมาะกับเว็บไซต์ที่ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงแต่บ้างนิดหน่อย หรืออาจมีติดต่อกับ Database เพื่อเก็บบันทึกข้อมูล
    • มีราคาปานกลาง เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ หรือธุรกิจประเภทร้านค้าออนไลน์
    • ลูกค้าหรือผู้ชมสามารถเข้ามาโพสท์ข้อมูลหรือฝากข้อความถึงผู้ดูแลเว็บไซต์หรือเจ้าของเว็บไซต์ได้
    • ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับภาษาที่เขียนเว็บไซต์
  3. Active : เหมาะกับเว็บไซต์ที่ข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (Real Time) และเชื่อมต่อ Database เอาไว้ และใช้ภาษา AJAX ร่วมพัฒนาด้วย
    • มีราคาสูง เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ หรือธุรกิจประเภทร้านค้าออนไลน์ หรือธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนข้อมูลตลอดเวลา
    • ลูกค้าหรือผู้ชมสามารถเข้ามาโพสท์ หรือฝากข้อความถึงผู้ดูแลเว็บไซต์หรือเจ้าของเว็บไซต์ได้
    • ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับภาษาที่เขียนเว็บไซต์ หรือ AJAX หรือภาษา SQL เลย

6 กันยายน 2554 11:15:48